Home Chevrolet Chevrolet Colorado เปิดตัว Chevrolet Colorado Centennial Edition รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบกระบะ 100 ปี

เปิดตัว Chevrolet Colorado Centennial Edition รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบกระบะ 100 ปี

0
SHARE

เปิดตัว Chevrolet Colorado Centennial Edition รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบกระบะ 100 ปี พร้อมราคาอย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา จำกัดจำนวนสำหรับลูกค้าในประเทศไทยเพียง 100 คันเท่านั้น

chevrolet colorado centennial edition

อีกทั้งยังเตรียมเปิดให้จองผ่านทางออนไลน์ได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยให้ลูกค้าเป็นผู้เลือกหมายเลขประจำตัวรถ 20 หมายเลข พร้อมดูความหมายมงคลของแต่ละหมายเลข โดย อาจารย์คฑา ชินบัญชร ในวันที่ 10 พ.ย. 60 นี้ด้วย

เชฟโรเลต โคโลราโด เซนเทนเนียล อิดิชั่น รุ่นฉลองครบรอบกระบะ 100 ปี กับนิยามของคำว่า “กระบะอเมริกันพันธุ์แกร่ง สร้างมาเพื่ออนาคต” หลักๆ แล้วก็คือการตกแต่งพิเศษซึ่งส่วนมากก็จะเกิดขึ้นกับตัวถังภายนอก ให้แลูดูมีความบึกบึนและสปอร์ตมากขึ้น

ราคา Chevrolet Colorado Centennial Edition

มีให้เลือกใน 4 รุ่นย่อย คือ
รุ่น 2.5 VGT LTZ MT Z71 แบบ X-CAB 2 ประตู ขับ 2 ยกสูง ราคา 814,000 บาท

รุ่น 2.5 VGT LTZ MT Z71 แบบ C-Cab 4 ประตู ขับ 2 ยกสูง ราคา 943,000 บาท

รุ่น 2.5 VGT High Country AT Z71 แบบ C-Cab 4 ประตู ขับ 2 ยกสูง ราคา 1,033,000 บาท

และรุ่น 2.5 VGT High Country AT 4WD แบบ C-Cab 4 ประตู ราคา 1,103,000 บาท

ซึ่งเป็นราคาที่อัพมากจากรุ่นย่อยปรกติแบบ LTZ 15,000 บาท และแบบ High Country 35,000 บาท โดยสิ่งที่ลูกค้าจะได้พบคือการเพิ่มมาของอุปกรณ์ตกแต่งดีไซน์สุดพิเศษที่จะทำให้ Centennial Edition แตกต่างไปจากรุ่นปรกติ

ในรุ่น 4 ประตู มี
– ตราสัญลักษณ์ฉลองครบรอบกระบะ 100 ปี ด้านข้างประตู
– หมายเลขประจำตัวรถ จำนวนจำกัด
– สติกเกอร์สีดำด้านที่กระโปรงหน้า
– ตราสัญลักษณ์ฉลองครบรอบกระบะ 100 ปี ตรงกลางของกระจังหน้า
– ล้ออัลลอยสีดำ 18 นิ้ว
– ชุดแต่งซุ้มล้อ ด้านหน้า และหลัง
– สปอร์ตบาร์ สีขาว SUMMIT WHITE สีเดียวกับตัวรถ
– มือจับที่เปิดประตูท้ายโครเมียม พร้อมตราสัญลักษณ์ฉลองครบรอบกระบะ 100 ปี

ในรุ่น X-CAB 2 ประตู มี
– ตราสัญลักษณ์ฉลองครบรอบกระบะ 100 ปี ด้านข้างประตู
– ตราสัญลักษณ์ฉลองครบรอบกระบะ 100 ปี ที่กระจังหน้า
– สติกเกอร์สีดำด้านที่กระโปรงหน้า
– ล้ออัลลอยสีดำ 18 นิ้ว
– ชุดแต่งซุ้มล้อ ด้านหน้า และหลัง
– มือจับที่เปิดประตูท้ายโครเมียม
– สปอร์ตบาร์สีดำ เงา Turbular แบบยาว (เฉพาะรุ่นซี-แค็บ)
– สปอร์ตบาร์สีดำ เงา Turbular แบบสั้น (เฉพาะรุ่นเอ็กซ์-แค็บ)
– หมายเลขประจำตัวรถ จำนวนจำกัด

ทั้งนี้ยังมีออฟชั่นภายนอกที่มาพร้อมกับรถอย่าง
– ไฟหน้ามัลติรีเฟลเตอร์ ฮาโลเจน พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟน้าอัตโนมัติ
– ไฟ Daytime Running Light แบบ LED
– ไฟตัดหมอกหน้า
– ไฟท้าย และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
– ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติทำงานด้วยเซ็นเซอร์
– กระจังหน้า 2 ชั้นพร้อมแถบโครเมียม
– เสากลางระหว่างประตูสีดำเงา
– กระจกข้าง ปรับพับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว

ทั้ง 4 รุ่นย่อย มาพร้อมกับล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18

ทางด้านสมรรถนะและเทคโนโลยีของ เซนเทนเนียล อิดิชั่น มี
– เครื่องยนต์ดีเซล LP2 ขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGT และอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า (PS) ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมฟังก์ชั่น Manual Mode
– รีโมทสตาร์ท สามารถสั่งสตาร์ทเครื่องและปรับอากาศอัตโนมัติได้จากภายนอก
– พวงมาลัยเพาเวอร์หุ้มหนัง ควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้า ปรับน้ำหนักตามความเร็วของรถ พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชั่น
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ สั่งงานผ่านสวิตซ์บนพวงมาลัย
– ระบบ Chevrolet MyLink หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว สำหรับความบันเทิงและเชื่อมต่อสื่อสาร รองรับ Apple CarPlay, บลูทููธ
– กระจกหน้าต่างคู่หน้าเลื่อนขึ้น-ลงอัตโนมัติเมื่อเปิด-ปิดประตู
– เบาะนั่งหุ้มหนัง
– และช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์

ท้ายสุดคือในส่วนของระบบความปลอดภัยที่จัดมาให้ มี
– ถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า 2 ตำแหน่ง และถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเขาสำหรับผู้ขับขี่
– ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Alert)
– ระบบช่วยเตือนเมื่อขับขี่รถออกนอกช่องจราจร (Lane Departure Warning)
– เซ็นเซอร์ช่วยจอดทั้งหน้าและหลัง (Front & Rear Park Assist)
– กล้องมองภาพสำหรับถอยรถ (Rear Vision Camera)
– ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC – Electronic Stability Control)
– ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะลากจูง (TSC – Trailer Sway Control)
– ระบบป้องกันการพลิกคว่ำา (ARP – Anti Rolling Protection)
– ระบบป้องกันการลื่นไถลและล้อหมุนฟรี (TCS – Traction Control System)
– ระบบช่วยการออกตัวขณะรถอยู่บนทางลาดชัน (HSA – Hill Start Assist)
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ขณะรถลงทางลาดชัน (HDC – Hill Descent Control)
– ระบบตรวจวัด และแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (Tire Pressure Measuring System)
– ระบบช่วยเบรกกะทันหัน (PBA – Panic Brake Assist)
– ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS – Anti-lock Braking System)
– ระบบกระจายแรงเบรก (EBD – Electronic Brake Force Distribution)
– ระบบไล่ฝ้าที่กระจกหลัง
– และกุญแจนิรภัยป้องกันการโจรกรรมแบบ Immobilizer

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here