ราคา Honda Accord โปรโมชั่น ฮอนด้า แอคคอร์ด ดาวน์ 0% ตารางผ่อน-ดาวน์

ราคา Honda Accord 2018 โปรโมชั่น ฮอนด้า แอคคอร์ด และแอคคอร์ด ไฮบริด ตารางผ่อน-ดาวน์อัพเดทล่าสุด กับข้อเสนอพิเศษแรงๆ ออกรถรับดอกเบี้ยต่ำเพียง 1.19% หรือเลือกดอกเบี้ย 1.99% พร้อมรับฟรีประกันภัย หรือท่านข้าราชการ ออกรถด้วยข้อเสนอดาวน์ 0% ภายใน 31 มกราคม 2561

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ล่าสุดเปิดตัวพร้อมราคาอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นที่เข้ามาเติมเต็มสีสันให้รถหรูระดับพรีเมี่ยม และทำให้ตลาดรถระดับนี้ดูคึกคักขึ้นมาทันที ด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวหรูหรา มีระดับ ทำให้เป็นรถที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่รุ่นก่อนๆ เพราะนอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่โดนใจแล้ว ภายในยังมีออฟชั่นอำนวยความสะดวกไว้คอยให้ผู้ขับขี่ได้เรียกใช้งานอีกมากมาย

เรียกได้ว่าครบครันพร้อมให้ผู้ขับขี่ได้ใช้งานอย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ระบบเครื่องเสียง ระบบความปลอดภัย ระบบควบคุมความเร็ว และระบบไฟต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อคำนึงเรื่องของความปลอดภัยโดยเฉพาะ และอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้คนหลงใหลในความมีเสน่ของรถยนต์รุ่นนี้ นั่นก็คือนวัฒกรรมของเครื่องยนต์ที่นอกจากจะตอบสนองได้ดั่งใจยังมีระบบประหยัดน้ำมัน ECO Coaching และ Econ Mode ให้อีกด้วย

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ยังมาพร้อมกับการดีไซน์ใหม่เพื่อให้ดูล้ำสมัยมากขึ้น ทางด้านของขุมพลังนั้นใช้เครื่องยนต์ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร i-VTEC กำลังสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที และเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร i-VTEC Earth Dreams Technology กำลังสูงสุด 174 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 225 นิวตัน-เมตร 4,000 รอบต่อนาที

Honda Accord

ราคา Honda Accord ฮอนด้า แอคคอร์ด

Honda Accord รุ่น 2.0 E ราคา 1,385,000 บาท
Honda Accord รุ่น 2.0 EL ราคา 1,445,000 บาท
Honda Accord รุ่น 2.4 EL ราคา 1,635,000 บาท

Honda Accord รุ่น Hybrid ราคา 1,659,000 บาท
Honda Accord รุ่น Hybrid Tech ราคา 1,849,000 บาท

หมายเหตุ:
1) เพิ่มอีก 8,000 บาท สำหรับสีดำคริสตัล (มุก)
2) เพิ่มอีก 12,000 บาท สำหรับสีขาวออร์คิด (มุก)

รับปรึกษาปัญหาการออกรถจากเซลล์ Honda บริการทั่วประเทศ
– ส่วนลด โปรโมชั่น ของแถม
– ปัญหาค่างวดแพง หรืออยากดาวน์น้อย
– จองรถ ได้รับรถเร็ว ทันใจ
โทร. 08-6396-8255 (คุณมิก)
Line ID: @pak5112s
เซลล์ ฮอนด้า polrasit.p@rama3honda.com

ADVERTISEMENT

โปรโมชั่น Honda Accord

ออกรถภายในเดือนนี้รับข้อเสนอพิเศษโดนใจ

สำหรับ ฮอนด้า แอคคอร์ด และ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด

ข้อเสนอที่ 1 รับดอกเบี้ยพิเศษต่ำกว่าที่เคยเพียง 1.19% เมื่อดาวน์ที่ 25% ขึ้นไป และผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัย 1 ปี หรือ

ข้อเสนอที่ 2 เลือกรับดอกเบี้ย 1.99% เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัย หรือ

ข้อเสนอที่ 3 พิเศษสำหรับท่านข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และกลุ่มอาชีพพิเศษ ออกรถดาวน์ต่ำสุด 0% พร้อมดอกเบี้ย 2.69% นาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

พิเศษสำหรับท่านเจ้าของรถยนต์และครอบครัว Honda Loyalty รับลดดอกเบี้ยอีก 0.15%

โปรโมชั่นดีๆ โดนใจแบบนี้มีถึงวันที่ 31 มกราคม 2561 เท่านั้น ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เซล์ประจำเว็บ โทร. 08-6396-8255 (คุณมิก) Line ID: @pak5112s

ตารางราคาผ่อน-ดาวน์ ฮอนด้า แอคคอร์ด ตามโปรโมชั่น

โปรโมชั่น Honda Accord

โปรโมชั่น Honda Accord Hybrid

Honda Accord 2016 ด้านท้ายรถ

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่

ภายนอก ฮอนด้า แอคคอร์ด

ไฟหน้าแบบ LED
ไฟหน้าแบบ LED สวยงาม หรูหรา ส่องสว่างสดใส

ไฟ DRL
ปลอดภัยพร้อมทั้งเสริมความมีระดับด้วยไฟ Daytime Running Light (DRL) ซึ่งเป็นไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน

Active Cornering Light
เพิ่มความปลอดภัยเมื่อถึงเวลาเลี้ยวในตอนกลางคืนด้วยไฟส่องสว่างด้านข้าง Active Cornering Light ช่วยเสริมความสว่างในมุมเลี้ยวข้างตัวรถ

Honda LaneWatch
เมื่อต้องเปลี่ยนเลนเพิ่มความมั่นใจมากขึ้นด้วย Honda LaneWatch ช่วยแสดงภาพในมุมอับสายตา

กล้องมองหลัง
ถอยหลังปลอดภัยด้วย Multi-angle Rearview Camera กล้องที่ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นภาพด้านหลัง และยังสามารถปรับมุมมองตามความต้องการได้ถึง 3 ระดับ

ไฟท้าย
เหนือระดับที่เพรียบพร้อมด้วยความหรูหรา สปอร์ตลงตัวล้ำสมัย ด้วยไฟท้ายดีไซน์ใหม่แบบ LED

ไฟตัดหมอก
ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ดีไซน์ใหม่ ลงตัวแบบสปอร์ตไม่เหมือนใคร

ภายในห้องโดยสาร ฮอนด้า แอคคอร์ด

ภายในห้องโดยสาร
ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มีดีไซน์ภายในห้องโดยสารที่หรูหรา กว้างขวาง นั่งสบายทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร สัมผัสถึงความสะดวกสบายในการใช้งานภายในห้องโดยสาร เพื่อมอบความสุขในทุกการเดินทางด้วยหน้าจอแสดงผลแบบอัจฉริยะ ด้วยระบบสัมผัส เพื่อการใช้งานที่ง่ายยิ่งขึ้น, ไปถึงจุดหลายปลายทางได้อย่างแม่นยำด้วยระบบนำทางเนวิเกเตอร์ แบบ Interface Dial, เพื่อให้ทุกการเดินทางได้รับความปลอดภัยด้วยปุ่มสวิตซ์สำหรับควบคุมการใช้งานต่างๆ บนพวงมาลัย เพื่อไม่ให้คนขับต้องละสายตาออกจากท้องถนน อาทิเช่น ปุ่มสำหรับการใช้งานเลือกแสดงข้อมูลบนหน้าจอ สวิตซ์สำหรับควบคุมเครื่องเสียง ปุ่มกดรับและวางสายโทรศัพท์ ระบบสำหรับควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติเพื่อลดอาการเมื่อยล้าเมื่อต้องขับขี่ในระยะทางที่ไกล และปุ่มสำหรับควบคุมการแสดงหน้าจอข้อมูลในการขับขี่, มอบความบันเทิงในระหว่างการขับขี่ได้อย่างลงตัวด้วยหน้าจอสำหรับแสดงผลในโหมดของเครื่องเสียง ที่จะแสดงแสดงให้ทราบถึงภาพปกอัลบั้ม ชื่อศิลปินที่ร้อง และรวมถึงชื่อเพลงนั้นๆ, หน้าจอสำหรับแสดงเมนูในการตั้งค่าใช้งานง่าย, ทราบอัตราคงเหลือของเชื้อเพลงจากหน้าจอสำหรับแสดงผลเกี่ยวกับอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และหน้าจอสำหรับแสดงผลการเชื่อมต่อระบบไร้สาย

Smartphone Connectivity
ระบบ Smartphone Connectivity สำหรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟนเพื่อทำงานร่วมกัน

MirrorLink
รองรับการเชื่อมต่อผ่านระบบ MirrorLink กับสมาร์ทโฟน, รองรับการใช้งาน Apple CarPlay

เว็บเบราเซอร์
รองรับการใช้งานเว็บเบราเซอร์โดยการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน WiFi

USB
ช่องสำหรับเชื่อมต่อ USB อุปกรณ์ภายนอก

One Push Ignition System
ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มาพร้อมกับปุ่มควบคุมระบบการสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ One Push ignition System ความสะดวกสบายและรวดเร็วในการสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยระบบสำหรับสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ เพื่อช่วยลดการเกิดความเสียหายของเครื่องยนต์เมื่อสตาร์ทเครื่องผิดวิธี

ECO Coaching
หน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดเชื้อเพลิง ECO Coaching

Multi Steering Wheel
Multi Steering Wheel สะดวกสบายในการควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในรถด้วยพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น

Paddle Shift
สะดวกยิ่งขึ้นด้วยระบบ Paddle Shift สำหรับควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

ECON Mode
เมื่อต้องการขับขี่แบบประหยัดเชื้อเพลิง เพียงกดปุ่ม ECON Mode ก็จะช่วยให้เครื่องยนต์ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

Memory Seat
ไม่ต้องเหนื่อยปรับเบาะนั่งบ่อยๆ โดยการปรับให้เหมาะสมกับตัวเองเพียงหนึ่งครั้งแล้วใช้ปุ่ม Memory Seat ให้จดจำตำแหน่งผู้ขับขี่ไว้เพื่อใช้งานในครั้งต่อไปได้อย่างรวดเร็วขึ้น

พนักเท้าแขน
พนักเท้าแขนด้านหลังสามารถเปิดผ่านไปยังห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายรถได้

ปุ่มปรับเบาะไฟฟ้า
ปุ่มปรับเบาะนั่งสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าด้วยระบบไฟฟ้า ที่อยู่ด้านข้างพนักพิงเบาะนั่งของผู้โดยสารเพิ่มความผ่อนคลายให้กับผู้โดยสาร

เบาะนั่งคนขับ
ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ให้ท่านได้รับความผ่อนคลายและอารมณ์สุนทรีย์ที่มากขึ้นในระหว่างการขับขี่ และช่วยลดอาการเมื่อยล้าเมื่อต้องเดินทางในระยะทางที่ไกลด้วยเบาะนั่งคนขับ ที่สามารถปรับทิศทางได้ถึง 8 ทิศทาง ที่มาพร้อมกับระบบสำหรับปรับดันด้านหลังด้วยไฟฟ้า

Honda Smart Key System
เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานเปิด-ปิดประตูด้วยระบบสำหรับควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ

เบาะนั่งด้านหลัง
ฮอนด้า แอคคอร์ด ให้ท่านเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระได้มากยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งด้านหลังที่สามารถพับเก็บได้, ให้ผู้โดยสารด้านหลังได้รับความสุขอย่างแท้จริงในระหว่างการเดินทาง และป้องกันความร้อนไม่ให้เข้ามาในห้องโดยสาร ด้วยม่านสำหรับบังแดดที่อยู่กระจกด้านหลังที่ปรับด้วยระบบไฟฟ้า, และลดอาการเมื่อยล้าให้กับผู้โดยสาร เมื่อต้องนั่งในระยะทางที่ไกลด้วยพนักเท้า-แขนที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งเป็นแบบผ่านห้องสัมภาระด้านท้าย

Comfort & Utility ฮอนด้า แอคคอร์ด
ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันพร้อมรับความสะดวกสบายทุกรายละเอียดไม่ว่าจะเป็น

Home Screen Menu

:: การรองรับการใช้งาน Browser ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่าย WIFI หรือ Hotspot
:: เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Smartphone Connectivity เพื่อการทำงานร่วมกันอย่างง่ายดาย
:: หน้าจอแสดงผลการเชื่อมต่อแบบ Hands Free Telephone กับโทรศัพท์แบบไร้สาย
:: หน้าจอแสดงผลขนาด 7.7 นิ้ว แบบ Smart Interface เป็นระบบสั่งการแบบอัจฉริยะควบคุมเพียงปลายนิ้วสัมผัส
:: โหมดเครื่องเสียงจะมีหน้าจอแสดง Audio Display ให้ได้ทราบ
:: ระบบ Honda Smart Key System สำหรับควบคุมประตูอัจฉริยะ
:: หน้าจอ Messages ใช้เพื่อการรับและส่งข้อความมองเห็นชัดเจน
:: Apple CarPlayTM Menu หน้าจอหลัก Apple CarPlayTM

สมรรถนะ Performance ฮอนด้า แอคคอร์ด
เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร
สมรรถนะในการขับเคลื่อนที่สมบูรณ์แบบ พาท่านพบกับประสบการณ์ใหม่สู่อีกขั้นของเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน ตอบสนองทุกการเร่งได้ดั่งใจ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC พร้อม Earth Dreams Technology ที่ให้กำลังขับเคลื่อนแรงม้าสูงสุดถึง 174 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 225 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร
เครื่องยนต์ 2.0 i-VTEC ซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (SOHC) แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC 1,997 ซีซี กำลังสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที

Paddle Shift
เพิ่มความสะดวกสบายในการเปลี่ยนเกียร์ในระหว่างการขับขี่ด้วยระบบสำหรับควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

แก๊สโซฮอล์ E85 All New Accord
ฮอนด้า แอคคอร์ด มีระบบสำหรับเสริมพฤติกรรมให้กับผู้ขับขี่ เพื่อช่วยการขับขี่ประหยัดน้ำมันได้มากยิ่งขึ้น และสำหรับแก๊สโซฮอล์ E85 ก็เป็นอีกตัวเลือกที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ทุกการขับขี่ของคุณประหยัดมากยิ่งขึ้น และยังช่วยลดการปล่อยมลพิษเพื่อป้องกันและดูแลสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ECO Coaching
ECO Coaching เป็นระบบที่แสดงผลในการขับขี่ที่ประหยัดน้ำมัน เพื่อช่วยแนะนำให้ผู้ขับขี่ได้รู้ถึงคุณค่าของเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้น โดยได้วัดจากพฤติกรรมการเหยียบเบรกและคันเร่งของผู้ขับขี่ จะทำการแสดงผลให้ทราบด้วยการเปลี่ยนสีมาตรวัดเรืองแสง เพื่อเป็นการช่วยส่งเสริมให้ผู้ขับขี่มีการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น และยังเป็นวิธีที่ช่วยโลกในการประหยัดพลังงานอีกด้วย

ECON Mode
ECON Mode เป็นระบบสำหรับช่วยลดการสิ้นเปลืองของพลังงาน โดยระบบนี้จะปรับการทำงานของเครื่องยนต์ ลิ้นปีกผีเสื้อ และระบบเกียร์ให้ทำงานสัมพันธ์กันในขณะที่รถกำลังวิ่ง นอกจากนั้นระบบการปรับอากาศก็จะปรับอากาศภายในห้องโดยสารให้มีความสมดุลกับอุณหภูมิภายนอก ซึ่งการทำงานนั้นก็จะช่วยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ ที่ได้ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ระบบความปลอดภัย ฮอนด้า แอคคอร์ด
Dual i-SRS
ภายใน ฮอนด้า แอคคอร์ด จะปกป้องผู้โดยสารด้วย Dual i-SRS ถุงลมนิรภัยถึง 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้าแบบอัจฉริยะ ถุงลมด้านข้างแบบอัจฉริยะ และม่านถุงลมด้านข้าง เพื่อช่วยลดอาการได้รับบาดเจ็บของคนขับและผู้โดยสาร เพิ่มความปลอดภัยในทุกการเดินทางได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ระบบมุมอับสายตา
ฮอนด้า แอคคอร์ด กับระบบ Honda LaneWatch เมื่อผู้ขับขี่ต้องการเปลี่ยนเลนในการขับขี่ กระจกมองข้างด้านซ้ายจะมีกล้องสำหรับจับภาพมุมที่อับสายตา หรือจุดบอดในการมองเห็นของผู้ขับขี่นั่นเอง แล้วจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงผล

ไฟหน้าแบบ LED
เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าแบบ LED ที่เพิ่มแสงสว่างอย่างเห็นได้ชัด แม้ในคืนที่มืดมิดแค่ไหน

Active Cornering Light
ในการขับขี่เวลากลางคืนมั่นใจมากขึ้นด้วย Active Cornering Light ไฟส่องสว่างด้านข้างรถแบบอัตโนมัติ เมื่อเปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ไฟส่องสว่างด้านข้างตัวรถจะสิ่งสว่างอย่างเห็นได้ชัดเจนในขณะที่รถเลี้ยว

กล้องมองหลัง All New Accord
ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจในการถอยหลังได้มากยิ่งขึ้น ด้วยกล้องมองหลังที่สามารถมองเห็นสิ่งกีดขวางได้อย่างชัดเจน และยังสามารถที่จะปรับมุมมองได้ถึง 3 ระดับ สามารถที่จะเลือกใช้ดูมุมกล้องที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นแบบ 130 องศา แบบ 180 องศา และมุมมองจากด้านบน

ระบบควบคุมการทรงตัว VSA All New Accord
มีระบบสำหรับควบคุมการทรงตัว VSA เพื่อให้ทุกการขับขี่มีการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ให้ทุกการขับเคลื่อนมีความปลอดภัย

All New Accord
มีระบบ HSA สำหรับช่วยออกตัว เมื่อรถจอดอยู่บนเส้นทางที่ลาดชัน ป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการถอยหลัง

สัญญาณไฟฉุกเฉิน All New Accord
ระบบ ESS เพิ่มความปลอดภัยในขณะที่เบรกรถกะทันหันด้วยสัญญาณไฟฉุกเฉิน เพื่อให้รถที่วิ่งตามหลังมา สามารถมองเห็นและรับรู้ได้ทันท่วงที เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ

เลือกสีที่ท่านโดนใจและถูกโฉลกไปครอบครอง โดย ฮอนด้า แอคคอร์ด โฉมใหม่ มีสีสันให้เลือก 4 สีด้วยกัน ได้แก่

สีขาว
สีขาวออร์คิด (มุก) White Orchid Pearl

สีเงิน
สีเงินลูบาร์ (เมทัลลิก) Lunar Silver Metallic

สีเทา
สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) Modern Steel Metallic

สีดำ
สีดำคริสตัล (มุก) Crystal Black Pearl

ข้อมูลทางเทคนิคและอุปกรณ์มาตรฐาน New Honda Accord

ข้อมูลทางเทคนิค ฮอนด้า แอคคอร์ด
รุ่น 2.0 E
– เครื่องยนต์ 2.0 i-VTEC ซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (SOHC) แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC 1,997 ซีซี กำลังสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที
– ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง E85
– ระบบเกียร์ อัตโนมัติ 5 สปีด ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Grad Logic Control พร้อม Direct Control และ Shift Hold Control
– ระบบพวงมาลัย แร็ค แอนด์ พีเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (EPS)
– รัศมีวงเลี้ยว 6.064 เมตร
– ระบบเบรกหน้าดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน, หลังดิสก์เบรก
– ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรีท, หลังอิสระแบบมัลติลิงค์ และคอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
– มิติรถ ความยาว 4,930 x ความกว้าง 1,850 x ความสูง 1,465 (มิลลิเมตร)
– ฐานล้อ 2,775 (มิลลิเมตร)
– น้ำหนักรถ 1,520 (กิโลกรัม)
– ขนาดล้ออัลลอย 17 X 7.5J, ยาง 225 / 50 R17
– ความจุถังน้ำมัน 65 (ลิตร)

รุ่น 2.0 EL (เพิ่มเติมจาก 2.0 E)
– น้ำหนักรถ 1,535 (กิโลกรัม)
– ขนาดล้ออัลลอย 18 X 8J, ยาง 235 / 45 R18

รุ่น 2.4 EL (เพิ่มเติมจาก 2.0 EL)
– เครื่องยนต์ 2.4 i-VTEC Earth Dreams Technology ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC
– ความจุ 2,356 ซีซี กำลังสูงสุด 174 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 225 นิวตัน-เมตร 4,000 รอบต่อนาที
– รัศมีวงเลี้ยว 6.271 (เมตร)
– น้ำหนักรถ 1,560 (กิโลกรัม)

อุปกรณ์มาตรฐาน ฮอนด้า แอคคอร์ด
รุ่น 2.0 E
– ไฟหน้าแบบ LED
– ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
– ระบบไฟหน้าปรับระดับสูง/ต่ำอัตโนมัติ
– ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
– ไฟท้ายแบบ LED
– กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
– กระจังหน้าโครเมียม
– มือจับเปิดประตูด้านนอกโครเมียม
– ล้ออัลลอย 17 นิ้ว
– สีภายใน สีเบจ/ดำ (ขึ้นอยู่กับสีภายนอก)
– วัสดุหุ้มเบาะ หนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์
– ชุดตกแต่งภายใน ลายไม้และสีดำ Piano Black
– พวงมาลัยลายไม้
– ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
– ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
– ปุ่ม ECON Mode
– เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
– เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
– ระบบปรับดันหลังไฟฟ้าด้านคนขับ
– พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียง และปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System)
– มาตรวัดเรืองแสดง Self – illuminating Meters
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา
– ช่องปรับอากาศตอนหลัง
– ม่านบังแดดกระจกข้างด้านหลัง
– ม่านกระจกหลังปรับไฟฟ้า
– พนักเท้าแขนด้านหลังแบบเปิดผ่านห้องสัมภาระท้าย
– หน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 7.7 นิ้ว
– ระบบเครื่องเสียง วิทยุ-ซีดี MP3 แบบ 1 แผ่น
– ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส แบบรองรับ Apple Carplay
– รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI
– ช่องเชื่อมต่อ HDMI
– ช่องเชื่อมต่อ USB จำนวน 2 ช่อง
– ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth
– รองรับการเชื่อมต่อ Smart Phone
– การเชื่อมโยงเครือข่าย WIFI หรือ Hotspot
– จำนวนลำโพง 6 จุด
– ระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (ANC)
– กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระบบ
– ถุงลมคู่หน้าอัจฉริยะ Dual i-SRS
– ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-side Airbags
– ระบบควบคุมการทรงตัว VSA พร้อมระบบเสริมแรงเบรก BA
– ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (MA-EPS)
– ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
– ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
– ระบบกระจายแรงเบรก EBD
– ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ (Auto Door Lock)
– ระบบกุญแจนิรภัย Immobillizer พร้อมสัญญาณกันขโมย
– สัญญาณไฟฉุกเฉินอั๖โนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
– ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
– จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor)

รุ่น 2.0 EL (เพิ่มเติมจาก 2.0 E)
– ระบบเปิด – ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
– ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
– ล้ออัลลอย 18 นิ้ว
– ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start)
– ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ (Memory Seat)
– ปุ่มปรับเบาะไฟฟ้าข้างพนักพิงเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า
– เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับได้
– กระจกมองหลังปรับลดแสดงแบบอัตโนมัติ
– ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)

รุ่น 2.4 EL (เพิ่มเติมจาก 2.0 EL)
– กระจกมองข้างด้านซ้ายปรับลดอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง
– ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)
– ระบบนำทางเนวิเกเตอร์
– เครื่องเล่นดีวีดี
– ระบบเครื่องเสียงแบบ Premium Sound System พร้อม Sub-Woofter
– จำนวนลำโพง 7 จุด
– ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
– ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (ACL)
– กระจกมองข้างลดการเกาะตัวของหยดน้ำ (Hydrophilic)

รถใหม่ Suzuki Celerio 2018 เปิดตัวที่เนปาล

Suzuki Celerio 2018

ซูซูกิ เซเลริโอ 2018 รุ่นปรับโฉมใหม่ เปิดตัวที่อินเดียไปแล้วตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา ตอนนี้ขยายตลาดขึ้นไปสู่ดินแดนที่เต็มไปด้วยภูเขาอย่างประเทศเนปาลผ่านทาง CG Motocorp อ่านต่อ “รถใหม่ Suzuki Celerio 2018 เปิดตัวที่เนปาล”

เปิดตัว NEW Toyota Vios เครื่องยนต์ 1.3 ลิตร ที่ลาวโฉมเดียวกับ Yaris Ativ

โตโยต้าประเทศลาวได้มีการเปิดตัว Toyota Vios ใหม่ ภายใต้นิยามของคำว่า “เริ่มต้นความสุขให้ชีวิตทันสมัย” แต่เห็นหน้าตาแล้วหลายคนคงสงสัยว่านี่มันคือ ยาริส เอทีฟ ที่จำหน่ายในบ้านเราหรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วคือ โตโยต้า วีออส ของประเทศลาว

อันที่จริงแล้วก็เกือบจะเหมือนไปซะทุกอย่างแต่บางอย่างก็ไม่เหมือน อย่างเช่น โตโยต้า ยาริส เอทีฟ ของไทยจะใช้เครื่อง 3NR-FE ขนาด 1.2 ลิตร แต่วีออสของลาวมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1NR-FE ขนาด 1.3 ลิตร 4 สูบ DOHC Dual VVT-i ให้กำลังสูงสุด 99 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที และให้แรงบิดสูงสุด 123 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที

มิติตัวถังภายนอกรถนั้นยก ยาริส เอทีฟ มาทั้งหมดโดยมีความยาวอยู่ที่ 4,425 มม. x ความกว้าง 1,730 มม. x ความสูง 1,475 มม. และระยะฐานล้อ 2,250 มม.

โดยมีให้เลือกทั้งหมดเพียงแค่ 2 รุ่นย่อยเท่านั้น คือ

  • รุ่น 1.3E 5MT ราคา 19,300 ดอลล่าห์ หรือประมาณ 640,000 บาท มาพร้อมกับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด
  • รุ่น 1.3G CVT ราคา 21,600 ดอลล่าห์ หรือประมาณ 716,000 บาท จับคู่กับเกียร์ Super CVT-i พร้อม Shift Lock และให้ดิกส์เบรกมาทั้งล้อหน้าและล้อหลัง

Vios lao engine

NEW Toyota Vios

ระบบความปลอดภัยที่ใส่มาให้มี
– ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านนิรภัย และหัวเข่า รวม 7 ตำแหน่ง
– ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
– ระบบเสริมแรงเบรก BA
– ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
– ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
ซึ่งถ้าเทียบกับ ยาริส เอทีฟ ก็เหมือนว่าระบบกระจายแรงเบรก EBD กับระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC จะถูกตัดออกไป

ภาพรวมของรูปลักษณ์ภายนอก NEW Toyota Vios
– กระจังหน้าโครเมียม และสี
– มีไฟหน้าโปรเจตเตอร์ฮาโลเจน พร้อมระบบ Follow Me Home
– ไฟหรี่ Line Guide
– ไฟ Daytime Running Light
– ไฟตัดหมอก
– ไฟท้าย LED พร้อม Line Guide
– ไฟเบรกดวงที่สาม
– มือเปิดประตูโครเมียม
– กระจกคู่หน้าโทนสีเขียวพร้อมระบบซับแรงสั่นสะเทือน
– เสาอากาศแบบครีบฉลาม

Vios lao exterior

ที่ภายในห้องโดยสาร NEW Toyota Vios และระบบอำนวยความสะดวก ลูกค้าจะได้พบกับ
– พวงมาลัย EPS แบบ 3 ก้าน หุ้มหนัง พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง
– มาตรวัดแบบ Optitron
– หน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัสขนาด 6.8 นิ้ว พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง
– เบาะนั่งด้านหลังปรับพับ 60:40
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมฮีทเตอร์
– Cruise Control
– ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์
– หัวเกียร์หุ้มหนัง
– กล้องมองภาพด้านหลัง พร้อมเซ็นเซอร์ป้องกันการชนด้านหลัง
– กุญแจ Immobilizer ระบบป้องกันการโจรกรรม และ Smart Entry เพื่อเริ่มต้นความสุขให้ชีวิตทันสมัย

Vios lao interior

NEW Toyota Vios เวอร์ชั่นลาว มีสีตัวถังภายนอกให้เลือกถึง 8 สีกันเลยทีเดียว ได้แก่

– สีน้ำเงิน Dark Blue Mica Metallic
– สีขาว Super White
– สีเงิน Silver Metallic
– สีเทา Gray Metallic
– สีดำ Attitude Black Mica
– สีแดง Red Mica Metallic
– สีฟ้า Greyish Blue Metallic
– และสีน้ำตาล Quartz Brown Metallic นั่นเอง

vios lao super white vios dark blue mica metallic vios silver metallic vios grey metallic vios attitude black mica vios red mica metallic vios greyish blue metallic vios quartz brown metallic

Honda Civic 2017 ตัวถังสีแดง เตรียมจำหน่ายปลายเดือนนี้

ฮอนด้า ซีวิค ในเจเนอเรชั่นที่ 10 หรืออีกชื่อที่เราเรียกกันอย่างติดปากว่า Honda Civic FC ได้เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศไทยก่อนใครในเอเซีย แต่ก็มีหลายคนสงสัยว่าทำไมเวอร์ชั่นซีดานที่จำหน่ายในบ้านเราถึงมีแต่สีเรียบๆ ไม่เหมือนตัวส่งออกนอกที่มีสีจี๊ดๆ อย่างสีแดงจำหน่ายด้วยทั้งๆ ที่ฐานการผลิตก็อยู่ในไทย

ปัจจุบัน Honda Civic 2017 แบบซีดานที่จำหน่ายในบ้านเรามีให้เลือกทั้งหมด 5 สีด้วยกันคือ สีน้ำเงิน คอสมิก, สีดำ คริสตัล มุก, สีขาว ออร์คิด มุก, สีเงิน ลูนาร์ และสีเทา โมเดิร์นสตีล

ล่าสุดข่าวดีคือกำลังจะมีสีแดง Rallye Red เพิ่มเข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกแล้ว โดยทาง ฮอนด้า ประเทศไทย เตรียมจะนำมาจำหน่ายในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งบางทีเราอาจจะได้เห็นตัวจริงในงาน มอเตอร์เอ็กซ์โป เหมือนอย่างที่เพิ่งได้ถูกนำไปโชว์ตัวในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ที่ญี่ปุ่นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็เป็นได้

Honda Civic 2017 ตัวถังสีแดง

Honda Civic red front japan

โดยสีแดง Rallye Red ดังกล่าวจะมาในซีวิคเวอร์ชั่นซีดาน ซึ่งก็จะมีอยู่ใน 2 รุ่นย่อย คือ รุ่น 1.8 EL CVT ราคา 959,000 บาท และรุ่น 1.5 Turbo RS ราคา 1,199,000 บาท

พาชมภาพ ฮอนด้า ซีวิค สีแดง Premium Crystal Red เวอร์ชั่นที่จำหน่ายในญี่ปุ่นก่อนเพื่อเรียกน้ำย่อย โดยตลาดที่โน่นมีให้เลือกในรุ่น เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร VTEC TURBO (วีเท็ค เทอร์โบ) เกียร์ CVT ภายในสีเทาดำ ภายนอกมาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED เหมือนรุ่น Turbo RS ในบ้านเรา, ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว และติดตั้งสปอยเลอร์ขนาดเล็กสีเดียวกับตัวรถที่ด้านท้าย

Honda Civic red rear japan

สำหรับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกติดตั้งระบบความปลอดภัย Honda SENSING (ฮอนด้า เซ้นซิ่ง) เพิ่มเติมได้อีกหากต้องการ อาทิ ระบบป้องกันการชนด้านหน้า, ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ, ระบบป้องกันการตกถนน, ระบบช่วยเตือนความจำป้ายจราจร, ระบบช่วยประคองพวงมาลัยให้อยู่ในเลน และระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ

สำหรับตัวถัง Honda Civic สีแดง Rallye Red ที่จะจำหน่ายในบ้านเรานั้นมีอยู่ใน 2 รุ่น อย่างที่กล่าวไปข้างต้น คือ

รุ่น 1.8EL CVT เครื่องยนต์ 4 สูบ i-VTEC 1,799 ซีซี 141 แรงม้า (พีเอส) ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที และ

รุ่น 1.5 VTEC TURBO RS เครื่องยนต์ VTEC Turbo 4 สูบ 1,498 ซีซี 127 แรงม้า (พีเอส) ที่ 5,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 ถึง 5,500 รอบต่อนาที โดยทั้งหมดจับคู่กับเกียร์ CVT

เทคโนโลยีที่โดดเด่นในทั้ง 2 รุ่นคือ หน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay, ลำโพง 8 จุด, เบรกมือไฟฟ้า, ระบบ Auto Brake Hold (ออโต้ เบร็ก โฮล), สัญญานไฟ ESS ขณะเบรกกระทันหัน, ระบบเบรก ABS, ช่วยกระจายแรงเบรก EBD, ระบบช่วยการทรงตัว VSA, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อถึงจุดความเร็วที่กำหนด ที่ได้ถูกเพิ่มเข้าไปให้ในทุกรุ่นย่อยเมื่อต้นปีที่ผ่านมานั่นเอง

Honda Civic red front Honda Civic red side Honda Civic red right Honda Civic red left Honda Civic red rear

Suzuki Ciaz 2017 รุ่นปรับโฉมใหม่ เปิดตัวที่แดนมังกร ราคาเริ่ม 469,673 บาท

ใช้ชื่อสำหรับทำตลาดในประเทศจีนว่า Suzuki Alivio Pro ซูซูกิ อลิวิโอ โปร ซึ่งก็คือ Suzuki Ciaz ซูซูกิ เซียส ชื่อที่ทำตลาดในหลายประเทศรวมถึงไทยด้วย

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาทาง ซูซูกิ ฉางอัน ประเทศจีนได้ทำการเปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นนี้ในเวอร์ชั่นปรับโฉมใหม่ โดยมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่ภายนอกตัวรถให้มีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น

Suzuki Ciaz 2017 มีให้ลูกค้าได้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย พร้อมกับราคาอยู่ที่ระหว่าง 93,900 หยวน หรือประมาณ 469,673 บาท ไปจนถึง 109,900 หยวน หรือประมาณ 549,736 บาท ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร ที่ผลิตกำลังขับเคลื่อนได้สูงสุด 122 แรงม้า (เฮสพี) และแรงบิดสูงสุด 158 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด หรือเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

Suzuki Ciaz 2017 facelift rear

Suzuki Ciaz 2017 ใหม่ ได้รับการปรับปรุงจมูกใหม่ ลูกค้าก็จะได้พบกับการรวมตัวกันระหว่างช่องดักลมและกระจังหน้า จัดเอามาไว้ในกรอบโครเมียมขนาดใหญ่ช่องเดียว, กันชนหน้าดีไซน์ใหม่, กรอบไฟตัดหมอกใหม่สีดำ, กันกระแทกกันชนหลังสีดำ พร้อมแผ่นสะท้อนแสงสีแดงล้อมรอบด้วยคิ้วโครเมียม และล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว

ส่วนที่ภายในห้องโดยสาร ซูซูกิ เซียส 2017 ใหม่ มีสีดำ มาพร้อมกับระบบอำนวยความสะดวก อาทิ กล้องมองหลังสำหรับถอยจอด, พวงมาลัยหุ้มหนัง, หลังคาซันรูฟไฟฟ้า, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์, กุญแจแบบ keyless entry, ระบบปรับไฟหน้าอัตโนมัติ, ระบบควบคุมเกียร์แบบ paddle shift, ระบบควบคุมความเร็ว cruise control, กระจกปรับไฟฟ้า และช่องระบายอากาศด้านหลังนั่นเอง

Suzuki-Ciaz-2017-facelift-dashboard Suzuki-Ciaz-2017-facelift-side Suzuki-Ciaz-2017-facelift-front-view Suzuki-Ciaz-2017-facelift-rear-view

เตรียมเปิดตัว 2018 Suzuki Alto รุ่นปรับโฉม เวอร์ชั่นญี่ปุ่นเดือนหน้า

รถยนต์นั่งแบบ K-Car ที่ชื่อว่า Suzuki Alto แบบ 5 ประตู ในเจเนอเรชั่นที่ 8 เปิดตัวในแดนปลาดิบไปเมื่อปลายปี 2014 จนมาถึงตอนนี้มีสื่อต่างประเทศของญี่ปุ่นเปิดเผยว่าจะมีการเปิดตัวเวอร์ชั่นปรับโฉมใหม่ในเดือนหน้านี้

Suzuki Alto สำหรับจำหน่ายในบ้านเกิดนั้นเป็นรถที่มีมิติตัวรถความยาวอยู่ที่ 3,395 มม. กว้าง 1,475 มม. และสูง 1,500 มม. มีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,460 มม.

ที่ภายใต้ฝากระโปรงหน้านั้นติดตั้งเอาไว้ด้วยขุมพลังรหัส R06A ขนาด 0.66 ลิตร 3 สูบ เบนซิน มีให้เลือกสองเวอร์ชั่นคือเวอร์ชั่นที่สามารถเค้นพลังขับเคลื่อนสูงสุดได้ที่ 49 แรงม้า (พีเอส) แรงบิดสูงสุด 58 นิวตัน-เมตร และเวอร์ชั่น 52 แรงม้า (พีเอส) และแรงบิดสุงสุด 63 นิวตัน-เมตร

2016 Suzuki Alto rear

สำหรับระบบส่งกำลังนั้นมีให้เลือกหลายแบบ อาทิ เกียร์โรรมดา 5 สปีด เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด หรือแม้กระทั่งเกียร์ CVT โดยในบางรุ่นนั้นมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4-Wheel Drive มาให้เลือกด้วย

เมื่อเข้าสู่เวอร์ชั่นปรับโฉมใหม่ของ 2018 Suzuki Alto ก็ควรที่จะได้รับการปรับแต่งในส่วนของไฟหน้า, กระจังหน้า, กันชน รวมไปถึงไฟท้ายเพื่อให้มีรูปลักษณ์ที่สวยงามกว่าเดิม นอกจากนั้นสื่อของญี่ปุ่นยังเปรยว่าน่าจะมีการอัพเกรดห้องโดยสาร และเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องของความปลอดภัยด้วย

2016 JDM Alto dashboard Japan

Suzuki Alto รุ่นที่เปิดตัวในปี 2015 มาพร้อมกับระบบช่วยเบรกด้วยเรดาห์ แต่สำหรับรุ่นปี 2018 ใหม่นี้ก็ควรจะมีการเพิ่มระบบ Dual Sensor Brake Support เพื่อช่วยป้องกันการชนด้านหน้าโดยการทำงานร่วมกันระหว่างกล้องและเซนเซอร์แบบเลเซอร์ พร้อมมีการแจ้งเตือนด้วยภาพและเสียง

ระบบดังกล่าวมีความน่าสนใจตรงที่เมื่อตรวจพบความเสี่ยงต่อการชนในระดับหนึ่ง และผู้ขับทำการเบรกอย่างกระทันหันด้วยความตกใจ ระบบจะทำการเสริมแรงเบรกเพิ่มเข้าไปช่วยอีก แต่ถ้าหากระบบตรวจพบความเสี่ยงต่อการชนสูงมากขึ้นไปอีก ระบบจะทำการเบรกเองอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบเพื่อหลีกเลี่ยงการชน หรือเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นนั่นเอง

2016 JDM Alto interior Japan

ในตลาดญี่ปุ่นั้นยังมีอีกหนึ่งรุ่นที่ชื่อว่า Suzuki Alto Works ซึ่งจะมีสมรรถนะสูงขึ้นไปอีก โดยมาพร้อมกับเครื่องยนต์ R06A เหมือนกัน แต่เป็นเวอร์ชั่นเทอร์โบ ให้กำลังขับเคลื่อน 64 แรงม้า (พีเอส) และแรงบิดสูงสุด 100 นิวตันเมตร มีเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 5 สปีด และมีตัวเลือกของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4-Wheel Drive มาให้เช่นกัน

2016 Suzuki Alto front JDM Japan 2016 Suzuki Alto side JDM Japan

Toyota เปิดตัว 2018 Corolla Axio/Fielder รุ่นปรับโฉมใหม่ครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่น

Toyota เปิดตัว 2018 Corolla Axio/Fielder รุ่นปรับโฉมใหม่ครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่น เครื่องเดิม เพิ่มเติมคือรูปลักษณ์ภายนอก

Toyota Corolla Axio แบบเก๋งซีดาน ทำตลาดมาจนถึงเจเนอเรชั่นที่ 11 แล้วในตลาดญี่ปุ่นเมื่อปี 2555 และ Toyota Corolla Fielder แบบ 5 ประตูกำลังอยู่ในเจเนอเรชั่นที่ 3 โดยทั้งสองรุ่นทำการปรับโฉมครั้งแรกไปเมื่อปี 2558 ล่าสุดได้มีการประกาศเปิดตัวเวอร์ชั่นปรับโฉมครั้งใหม่อย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่สองเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง

การปรับโฉมครั้งนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของระบบส่งกำลัง โดยยังคงเป็นการยืมจากรุ่นก่อนหน้ามาใช้ แต่ทางโตโยต้าก็ได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเทคโนโลยีไฮบริด เป็นผลให้มีความสามารถในการประหยัดเชื้อเพลิงจากเดิม 33.8 กิโลเมตรต่อลิตร เป็น 34.4 กิโลเมตรต่อลิตร

2018 Toyota Corolla Axio front 2018 Toyota Corolla Axio rear 2018 Toyota Corolla Axio interior

Toyota Corolla Axio แบบเก๋งซีดาน มาพร้อมกับตัวเลือกของ 3 เครื่องยนต์เบนซิน คือ

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1NR-FE ขนาด 1.3 ลิตร ให้กำลังขับเคลื่อนสูงสุด 95 แรงม้า (พีเอส) ให้แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร
  • เครื่องยนต์เบนซิน 1NZ-FE ขนาด 1.5 ลิตร มีให้เลือก 2 เวอร์ชั่น คือ 109 แรงม้า (พีเอส) แรงบิดสุงสุด 138 นิวตัน-เมตร สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 103 แรงม้า (พีเอส) ให้แรงบิดสูงสุด 132 นิวตัน-เมตร สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ
  • เครื่องยนต์เบนซิน 2NR-FKE ขนาด 1.5 ลิตร ผลิตกำลังได้ 109 แรงม้า (พีเอส) แรงบิดสูงสุด 136 นิวตัน-เมตร

และนอกจากนั้นสำหรับเจ้า Corolla Axio ยังมาพร้อมกับขุมพลังไฮบริด ซึ่งเป็นการผสานพลังระหว่างเครื่องยนต์เบนซินรหัส 1NZ-FXE ขนาด 1.5 ลิตร 74 แรงม้า (พีเอส) แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร กับมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส 1LM ที่ผลิตกำลังขับเคลื่อนได้ 61 แรงม้า (พีเอส) แรงบิดสูงสุด 169 นิวตัน-เมตร จับคู่กับระบบส่งกำลังแบบ e-CVT

2018 Toyota Corolla Fielder front 2018 Toyota Corolla Fielder rear 2018 Toyota Corolla Fielder cabin 2018 Toyota Corolla Fielder interior

Toyota Corolla Fielder แบบ 5 ประตู มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินแบบเดียวกันกับ Axio รวมถึงรุ่นไฮบริดด้วย ซึ่งนอกจากนั้นก็ยังมีตัวเลือกเพิ่มเข้ามาอีก คือรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินรหัส 2ZR-FAE ขนาด 1.8 ลิตร ที่ผลิตกำลังขับเคลื่อนได้สูงสุดถึง 140 แรงม้า (พีเอส) และให้แรงบิดสูงสุดที่ 172 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์ CVT

มาถึงในเรื่องของการปรับโฉมของทั้งคู่ซึ่งลูกค้าก็จะได้พบกับกันชนหน้าและกระจังหน้าใหม่ ช่องดักลมด้านหน้าแบบตาข่าย สปอยเลอร์ด้านหลัง และล้ออัลลอยลายใหม่

ที่ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งในส่วนของโทนสีของเบาะนั่งให้มีความหลากหลายมากขึ้นตามความนิยมของตลาดนั่นเอง

ทางโตโยต้าตั้งเป้าหมายว่า Corolla Axio จะสามารถทำยอดขายได้ที่ 2,500 คันต่อเดือน และ Corolla Fielder อีกจำนวน 3,700 คันต่อเดือน

เปิดตัว 2018 Suzuki Celerio Minorchange ปรับโฉมใหม่ ราคาเริ่ม 212,000 บาท

เปิดตัว 2018 Suzuki Celerio Minorchange ปรับโฉมใหม่ ราคาเริ่ม 212,000 บาท ที่โชว์รูมในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย

เปิดตัวและพร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการในโชว์รูมที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียแล้วสำหรับเจ้า ซูซูกิ เซเลริโอ รุ่นปรับโฉมใหม่ เคาะราคาเริ่มต้นที่ 4.15 แสนรูปีอินเดีย หรือประมาณ 210,987 บาทไทย โดยมาพร้อมกับตัวเลือกของ 12 รุ่นย่อย และเครื่องยนต์ 2 แบบ ทั้งเบนซิน และ CNG

ใช้ชื่อสำหรับจำหน่ายในตลาดอินเดียว่า Maruti Celerio ซึ่งก็คือ Suzuki Celerio ที่เป็นชื่อสำหรับจำหน่ายไทย สำหรับบ้านเรานั้นเจ้าเซเลริโอได้ทำการเปิดตัวและจำหน่ายในเจเนอเรชั่นแรกเมื่อประมาณกลางปี 2558 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับรูปลักษณ์ภายนอกแล้วก็จะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในบางจุด

2018 Suzuki Celerio profile

การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดจะอยู่ที่ด้านหน้าของตัวรถ 2018 เซเลริโอ สังเกตุที่กระจังหน้าสองเส้นแบบเดิมถูกเปลี่ยนให้เป็นแบบตะแกรงรังผึ้งช่องใหญ่ ตกแต่งด้วยคิ้วโครเมียมที่ด้านบน ช่องดักลมเหนือกันชนใหม่แบบรังผึ้ง ดีไซน์กรอบไฟตัดหมอกใหม่ กันชนท้ายใหม่ ฝาท้ายออกแบบได้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น และท้ายสุดคือล้ออัลลอยขนาด 14 นิ้วนั่นเอง

[adinserter block=”2″]

ส่วนที่ภายในห้องโดยสารลูกค้าก็จะได้พบกับตัวเลือกของการตกแต่งใหม่ เป็นสีดำตัดกับสีครีมสไตล์เรียบหรู เครื่องเสียงรองรับแผ่นซีดีพร้อมการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก USB บลูทูธ และ AUX ลำโพงจัดมาให้ 4 ตำแหน่ง ระบบปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย กุญแจแบบ Keyless Entry และเบาะนั่งตอนหลังสามารถพับแยกแบบ 60:40 สำหรับเก็บสัมภาระให้ได้มากขึ้น

2018 Suzuki Celerio cabin

Suzuki Celerio รุ่นปรับโฉมช่วงกลางของชีวิตนี้ได้เพิ่มระบบความปลอดภัยให้สูงขึ้น อาทิ การตั้งระบบถุงลมนิรภัยและเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยด้านข้างฝั่งคนขับมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนระบบถุงลมนิรภัยฝั่งผู้โดยสารและระบบเบรก ABS จะจัดมาให้ในรุ่นที่สูงขึ้น

สีตัวถังภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สีด้วยกัน คือ สีส้ม, สีน้ำเงิน, สีเทา, สีแดง, สีเงิน และสีขาว

2018 Suzuki Celerio rear

ทางด้านของขุมพลัง เซเลริโอ ใหม่เวอร์ชั่นอินเดียคือ เครื่องยนต์เบนซินรหัส K10B ขนาด 1.0 ลิตร 998 ซีซี 3 สูบ 4 วาล์ว ขับเคลื่อนล้อหน้า โดยมีระบบเชื้อเพลิงให้เลือก 2 รูปแบบ คือ

ระบบเบนซิน ผลิตกำลังขับเคลื่อนสูงสุดที่ 68 แรงม้า (พีเอส) ที่ 5,000 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 90 นิวตัน-เมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที จับคู่กับระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Auto Gear Shift หรือเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ

ระบบ CNG เค้นพลังขับเคลื่อนได้สูงสุด 59 แรงม้า (พีเอส) ที่ 5,000 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุดที่ 78 นิวตัน-เมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีดเพียงอย่างเดียว

เสปคนอกเหนือจากนี้ก็จะมีจำนวนที่นั่ง 5 ที่นั่ง รุ่นเบนซินมีพื้นที่เก็บสัมภาระ 235 ลิตร ถังบรรจุเชื้อเพลงเบนซิน 35 ลิตร ติดตั้งถังก๊าซ CNG ขนาด 60 ลิตร มิติตัวรถมีความยาว 3,695 มม. ความกว้าง 1,600 มม. และความสูง 1,560 มม. นั่นเอง

Auto Gear Shift

2018 Suzuki Celerio front

2018 Celerio Engine

โบว์ชัวร์ 2018 Suzuki Swift Sport มากับเครื่อง K14C 1.4 ลิตร เทอร์โบ 140 แรงม้า

โบว์ชัวร์ 2018 Suzuki Swift Sport เปิดตัวครั้งแรกของโลกพร้อมเครื่องใหม่ K14C 1.4 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 140 แรงม้า

2018 Suzuki Swift Sport เปิดตัวที่งาน แฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2017 ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และคาดว่าจะเริ่มมีการจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้เช่นกัน

โดยก่อนหน้าจะที่จะไปโชว์ตัวในงานมอเตอร์โชว์ดังกล่าวก็ได้มีการเผยแพร่ภาพโบว์ชัวร์ในโลกออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย โบว์ชัวร์ดังกล่าวเผยรายละเอียดทั้งสเปคและอุปกรณ์มาตรฐานให้เห็นในบางส่วนของ สวิฟท์ สปอร์ต สำหรับจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นภายในเดือนนี้

จากโบว์ชัวร์ทางด้านสเปค 2018 ซูซูก สวิฟท์ สปอร์ต นั้น ภายใต้ฝากระโปรงหน้าติดตั้งเครื่องยนต์ใหม่รหัส K14C BOOSTERJET ขนาด 1.4 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 4 สูบ เบนซิน ผลิตกำลังขับเคลื่อนได้สูงสุด 140 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 230 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500 – 3,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และตัวเลือกเกียร์แบบอัตโนมัติ 6 สปีด

[adinserter block=”2″]

ขนาดมิติตัวรถอยู่ที่ความยาว 3,890 มม. ความกว้าง 1,735 มม. ความสูง 1,500 มม. และระยะฐานล้อ 2,450 มม. ความสูงจากพื้น 120 มม. ใช้ล้อขนาด 195/45 R17 ได้รับการทดสอบในเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการจราจรตามเมืองใหญ่ Japanese Emission Standards for Diesel Passenger Cars หรือ JC08 ผลที่ได้คือเกียร์ธรรมดาทำได้ 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร และเกียร์อัตโนมัติทำได้ 16.2 กิโลเมตรต่อลิตร

2018 สวิฟท์ สปอร์ต ใหม่มาพร้อมกับดีไซน์ที่แปลกตาไม่เหมือนใคร ความโดดเด่นสะดุดตาเมื่อแรกเห็นจะอยู่ที่กระจังหน้าใหม่ขนาดใหญ่ และนอกจากนั้นยังมีสปอยเลอร์กันชนหน้า สเกิร์ตข้าง ท่อไอเสียคู่ และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

ที่ภายในห้องโดยสารมีไฮไลท์เป็นเบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตเย็บด้วยด้ายสีแดงพร้อมโลโก้ Sport แป้นเหยียบแสตนเลส พวงมาลัยหุ้มหนังเย็บด้วยด้ายสีแดง วัสดุตกแต่งแถบสีแดงบริเวณแดชบอร์ด คอนโซลกลาง แผงควบคุมประตู และบริเวณแผงหน้าปัดอีกด้วย

ภาพจาก: livedoor Blog

เปิดตัว 2017 Toyota Corolla Altis X รุ่นปรับโฉมใหม่ สไตล์สปอร์ต เริ่มประมาณ 849,877 บาท

เปิดตัว 2017 Toyota Corolla Altis X รุ่นปรับโฉมใหม่ เครื่องเดิมแต่เสริมหล่อและใช้ระบบช่วงล่างแบบสปอร์ตและโช้คอัพคุณภาพสูง

เวอร์ชั่นสปอร์ตที่เหนือกว่าสำหรับ โตโยต้า โคโรล่า อัลติส ซึ่งจะจำหน่ายในตลาดใต้หวันด้วยชื่อว่า Altis X โดยมาพร้อมกับอุปกรณ์ตกแต่งเสริมที่ทำให้ตัวรถแลดูสปอร์ตดุดันรุ่นมาตรฐานปรกติที่ถูกเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว

สื่อรถยนต์ต่างประเทศของใต้หวันอย่าง u-car.com.tw ได้เผยแพร่ภาพถ่ายในงานเปิดตัวออกมาให้เราได้ชมกัน ซึ่งความโดดเด่นที่ภายนอกตัวรถ 2017 Toyota Corolla Altis X ก็จะมีกันชนหน้าใหม่มีเชิงมุมที่โฉบเฉี่ยวมีพลังสไตล์สปอร์ต ปรับเปลี่ยนช่องระบายอากาศกระจังหน้า เปลี่ยนตำแหน่งติดตั้งไฟตัดหมอก ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 17 นิ้ว ติดตั้งสเกิร์ตข้าง เสาอากาศแบบครีบฉลาม และสเกิร์ตกันชนหลังสไตล์สปอร์ต

[adinserter block=”2″]

ส่วนที่ภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับความโดดเด่นและเร้าใจของโทนสีดำตัดกับวัสดุตกแต่งเส้นสายสีแดงที่บริเวณพวงมาลัย คอนโซลกลาง ช่องลมแอร์ แผงควบคุมประตู และยังรวมไปถึงการใช้ด้ายสีแดงสำหรับเย็บวัสดุหุ้มพวงมาลัย วัสดุหุ้มคอนโซลกลาง แดชบอร์ด เบาะ และวัสดุหุ้มหัวเกียร์อีกด้วย

เจ้า 2017 Toyota Corolla Altis X นั้นมีราคาจำหน่ายในใต้หวันด้วยราคาเริ่มที่ประมาณ 849,877 บาท ภายใต้ฝากระโปรงหน้าติดตั้งขุมพลังแบบเดียวกันกับรุ่นมาตรฐาน คือเครื่องยนต์เบนซิน 2ZR-FE ขนาด 1.8 ลิตร Dual VVT-i แบบ 4 สูบ ผลิตกำลังได้ 140 แรงม้า (พีเอส) ที่ 6,400 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift นั่นเอง

2017 Toyota Corolla Altis X

ภาพจาก – u-car